ระบบชิปในเกม NieR: Automata คือสิ่งที่ทำให้เกมนี้ “สนุกแบบมีสมอง” มากกว่าการฟันรัวๆ แล้วหวังให้ศัตรูใจดีล้มเอง เพราะต่อให้คุณคอมโบสวยแค่ไหน ถ้าชิปจัดมั่ว คุณจะรู้สึกเหมือนเอารถซิ่งไปเติมน้ำปลายังไงยังงั้น—วิ่งได้แหละ แต่กลิ่นมันแปลกๆ บทความนี้เราจะพาคุณจับหลักตั้งแต่พื้นฐานของชิป, วิธีอ่านค่าชิป, เทคนิคฟิวส์ให้ได้ชิปเทพ, จัดช่องยังไงไม่สิ้นเปลือง ไปจนถึงบิลด์สำเร็จรูปที่เหมาะกับมือใหม่และคนอยากเล่นแบบ “โหดขึ้น แต่หัวร้อนน้อยลง”

ถ้าวันไหนอยากสลับโหมดความบันเทิงให้สมองได้พักนิดนึงก่อนกลับมาจัดชิปแบบจริงจัง ลองแวะดูตัวเลือกอื่นที่ ทางเข้า UFABET ล่าสุด ได้เหมือนกัน แล้วค่อยกลับมา “เสียบชิป” ให้แน่นเหมือนเดิม
ทำไมระบบชิปถึงสำคัญกว่าเลเวลในหลายสถานการณ์?
ใน NieR: Automata เลเวลมีผลแน่นอน แต่ “ชิป” คือสิ่งที่กำหนดว่าเลเวลของคุณถูกใช้งานคุ้มแค่ไหน
- คุณเลเวลสูง แต่ไม่มีชิปเพิ่มดาเมจ = ฟันเหมือนตีด้วยไม้จิ้มฟัน
- คุณเลเวลกลางๆ แต่จัดชิปดี = ตบศัตรูไวเหมือนรู้อนาคต
- คุณเล่นยาก/โหมดท้าทาย ถ้าไม่มีชิปช่วยเอาตัวรอด = เกมจะสอนคำว่า “เจ็บ” ด้วยภาษากาย
ชิปจึงเป็นเหมือน “ระบบบิลด์” ที่ให้คุณเลือกได้ว่าจะเป็นสายไหน เช่น สายตีแรง สายถึก สายหลบพริ้ว สายฟาร์มของ สายยิงพ็อด หรือสายอเนกประสงค์แบบไม่สุดสักทางแต่รอดทุกทาง
พื้นฐานระบบชิป: มันคืออะไร ทำงานยังไง?
ชิป (Plug-in Chips) คือโมดูลที่คุณติดตั้งให้ตัวละครเพื่อเพิ่มความสามารถต่างๆ ตั้งแต่เรื่องพื้นฐานอย่างเพิ่มพลังโจมตี เพิ่มเลือด ไปจนถึงเรื่องคุณภาพชีวิตอย่างแสดงเลือดศัตรู หรือเก็บไอเทมอัตโนมัติ
ชิปหนึ่งชิ้นจะมี 3 อย่างที่ต้องดูเสมอ
ประเภทของชิป (Effect)
เช่น Attack Up, Crit Up, Auto-Heal, Evade Range Up, Item Scan ฯลฯ
ระดับของชิป (Level)
เช่น Attack Up +3, +5, +8 ยิ่งสูง ยิ่งแรง/ยิ่งมีผลมาก (แต่โดยมากก็ยิ่งกินช่องมาก)
ขนาดของชิป (Cost/Slot)
อันนี้คือ “ตัวร้ายของมือใหม่” เพราะหลายคนดูแต่ตัวเลข +เยอะ แล้วใส่จนช่องเต็มแบบไร้ประสิทธิภาพ
ชิปบางอันแรงเท่ากัน แต่ กินช่องน้อยกว่า ซึ่งนั่นแหละคือของเทพ
สรุปง่ายๆ:
ชิปที่ดี = เอฟเฟกต์ตรงกับสไตล์ + เลเวลพอเหมาะ + กินช่องคุ้ม
ช่องชิป (Chip Capacity) คืออะไร และเพิ่มได้ยังไง?
ตัวละครมีความจุชิปจำกัด คุณจะเพิ่มความจุได้โดยใช้ไอเทม/การอัปเกรดที่เกี่ยวข้องในเกม (ระหว่างเล่นจะค่อยๆ ได้มาเอง) หลักคิดคือ:
- ช่วงต้นเกม ความจุน้อย → ต้องเลือกชิปแบบ “จำเป็นก่อน”
- กลางเกม ความจุเริ่มเยอะ → เริ่มผสมสายได้
- ท้ายเกม ความจุเยอะขึ้นมาก → ได้เวลาบิลด์สุดโต่ง (สายใดสายหนึ่งให้สุด)
เคล็ดลับ: ต่อให้ความจุเยอะ ก็ไม่ได้แปลว่าใส่ทุกอย่างมั่วๆ แล้วดี
การจัดชิปที่ดีคือ “รู้ว่าอะไรตัดทิ้งได้” มากกว่า “ยัดให้เต็ม”
ชิปที่เหมือน “ของจำเป็น” สำหรับคนเริ่มเล่น
ต่อไปนี้คือชิปที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นแบบเห็นผลทันที
HUD / Enemy Data (หรือชิปแนวข้อมูล)
- ช่วยอ่านสถานการณ์
- ลดการเดา
- ทำให้มือใหม่ไม่รู้สึกว่าเกมแกล้ง
Auto-Heal / Recovery แนวฟื้นเลือด
- ลดเวลาวิ่งหนีเพื่อกดไอเทม
- ทำให้เล่นลื่นขึ้น
- เหมาะมากกับคนที่หลบไม่แม่น (ยังไม่ต้องอาย มันคือความจริงของมนุษย์)
HP Up / Defense Up
- เพิ่มความผิดพลาดที่ “ยังรอดได้”
- เหมาะกับช่วงแรกที่เรายังเรียนรู้แพตเทิร์น
Evade Range Up
- หลบไกลขึ้น อ่านจังหวะง่ายขึ้น
- เกมนี้การหลบคือชีวิต ชิปนี้คือ “ประกันชีวิต”
ตารางสรุปชิปแนะนำตามเป้าหมายการเล่น
| เป้าหมาย | ชิปแนะนำ | จุดเด่น | ใครเหมาะ |
|---|---|---|---|
| เล่นชิล เน้นรอด | Auto-Heal, HP Up, Defense Up, Evade Range Up | ถึก ฟื้นไว พลาดได้ | มือใหม่/อยากเสพเนื้อเรื่อง |
| เน้นดาเมจ ฟันไว | Attack Up, Crit Up, Weapon Attack Up, Shock Wave | ศัตรูละลายเร็ว | สายแอ็กชันมือไว |
| สายพ็อด/ยิงช่วย | Ranged Attack Up, Pod Program 관련, Cooldown ลด | คุมระยะ ปลอดภัย | คนชอบเล่นเซฟๆ |
| ฟาร์มของ/เงิน | Drop Rate Up, Auto-Collect, Item Scan | ได้ของไว เดินสบาย | สายเก็บครบ/สายอัปเกรด |
| สายพริ้วหลบ-ดูดเลือด | Offensive Heal, Evade Range Up, Counter | เล่นมันส์เหมือนเต้น | คนชอบความเสี่ยงพอดีๆ |
ศัตรูโหดขึ้น แต่เราไม่จำเป็นต้องหัวร้อน: หลักคิดการจัดชิปแบบมือโปร
ก่อนจะไปบิลด์สำเร็จรูป มาจับ “หลักคิด” ให้แน่น เพราะนี่คือสิ่งที่ทำให้คุณจัดชิปได้เองตลอดเกม
เลือก “แกนหลัก” ก่อนเสมอ
ให้ถามตัวเองว่า วันนี้เราอยากเล่นแบบไหน
- อยากตีแรงสุดๆ → แกนคือ Attack/Crit/Weapon
- อยากรอดก่อน → แกนคือ HP/Defense/Heal/Evade
- อยากฟาร์มของ → แกนคือ Drop/Scan/Collect
เลือกแกนหลัก 1 อย่าง แล้วค่อยเติม “เครื่องเคียง” อีก 1 อย่างพอ ไม่งั้นจะออกมาเป็นบิลด์ “ไม่สุดสักทาง” และกินช่องแบบไม่คุ้ม
ใช้ชิปคุณภาพชีวิตแค่ “พอดี”
ชิปอย่าง Auto-Collect, Item Scan, HUD สบายจริง แต่ถ้าใส่เยอะเกินไป คุณจะเสียพื้นที่ให้ชิปต่อสู้
กฎง่ายๆ: ถ้าคุณเริ่มคุมเกมได้แล้ว ลด QOL ลง แล้วเพิ่มชิปที่ทำให้การต่อสู้จบไวขึ้น
อย่าติดกับดัก “เลขบวกเยอะคือดีที่สุด”
ชิป +8 กินช่องมาก บางทีเอา +6 ที่กินน้อยกว่า 2 ชิ้นรวมกันอาจคุ้มกว่า (ขึ้นอยู่กับขนาดชิปที่คุณมี)
ของจริงอยู่ตรงนี้: การฟิวส์ชิป (Fuse) ให้ได้ชิปเทพกินช่องน้อย
การฟิวส์คือการรวมชิปชนิดเดียวกันเพื่อเพิ่มระดับ และบางครั้งทำให้ได้ชิปที่ “ขนาดลดลง” ซึ่งเป็นหัวใจของการทำบิลด์ระดับท็อป
ทำไม “ขนาดชิป” ถึงสำคัญกว่า “ระดับชิป” ในระยะยาว?
เพราะเมื่อคุณเข้าสู่ช่วงท้ายเกม คุณจะอยากใส่หลายเอฟเฟกต์พร้อมกัน
ถ้าชิปกินช่องเยอะ คุณจะต้องตัดบางอย่างทิ้ง ทั้งที่จริงๆ เอฟเฟกต์นั้นสำคัญ
ชิปเทพจริงๆ คือชิปที่:
- ระดับสูง
- ขนาดต่ำ (กินช่องน้อย)
- ใช้ได้กับบิลด์หลักของคุณ
แนวทางฟิวส์แบบไม่เผาของเล่นทิ้ง
- เก็บชิปชนิดเดียวกันหลายๆ อันไว้ก่อน
- เลือกฟิวส์จากชิปที่ขนาดสูง/ไม่คุ้ม เพื่อ “ลุ้น” ขนาดต่ำ
- อย่ารีบขายชิปดีๆ แค่เพราะระดับต่ำ (บางชิ้นกินช่องน้อยมาก นั่นแหละของหายาก)
เคล็ดลับจำง่าย
“ระดับขึ้น = ดี”
“ขนาดลง = เทพ”
“ระดับขึ้นแต่ขนาดไม่ลง = ยังดี แต่ยังไม่สุด”
บิลด์แนะนำสำหรับช่วงต้นเกม: “รอดไว้ก่อน เดี๋ยวโหดเอง”
บิลด์นี้เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่ม หรือคนที่ไม่อยากตายบ่อยจนเกมกลายเป็นซ้อมวิ่งกลับจุดเดิม
แกนหลัก: เอาตัวรอด
- Auto-Heal (ถ้ามี)
- HP Up
- Defense Up
- Evade Range Up
เสริม: คุณภาพชีวิต
- Enemy Data / HUD (ถ้ามี)
- Item Scan (ถ้าคุณชอบเก็บของ)
วิธีเล่นคู่กับบิลด์นี้
- อย่าฝืนยืนแลก ให้หลบแล้วสวน
- ใช้พ็อดยิงคุมระยะเสมอ
- โฟกัสเรียนรู้แพตเทิร์นศัตรู มากกว่าต้องทำคอมโบสวย
ข้อดี: เล่นได้ยาว ไม่หัวร้อน
ข้อเสีย: ดาเมจอาจไม่จี๊ดในช่วงแรก แต่ปลอดภัยคือกำไร
บิลด์กลางเกม: “ฟันไวขึ้น แต่ยังมีเบาะรองรับ”
ช่วงกลางเกมคุณเริ่มชินแล้ว ถึงเวลาทำให้ศัตรูละลายไวขึ้น แต่ยังไม่ต้องเล่นเสี่ยงสุด
แกนหลัก: ดาเมจผสมความรอด
- Attack Up
- Crit Up
- Weapon Attack Up (ถ้ามี)
- Offensive Heal (ถ้ามี)
เสริม: เอาตัวรอดแบบชาญฉลาด
- Evade Range Up
- Auto-Heal หรือ HP Up อย่างใดอย่างหนึ่ง
วิธีเล่นคู่กับบิลด์นี้
- เริ่มเล่น “บวกแล้วฟื้น” โดยเน้นจังหวะคอมโบ
- ถ้าศัตรูเยอะ ให้ใช้พ็อดช่วยตัดเลือดก่อนเข้าไปฟัน
- ถ้าเริ่มตายบ่อย ลดชิปดาเมจลงนิด เพิ่ม HP/Defense กลับมา
บิลด์สายดาเมจล้วน: “เห็นศัตรูเป็นคอมโบอาหาร”
บิลด์นี้เหมาะกับคนที่หลบแม่น ชอบจังหวะเร็ว และอยากให้การสู้จบไวที่สุด
แกนหลัก: ดาเมจล้วน
- Attack Up
- Crit Up
- Weapon Attack Up
- Shock Wave / Counter (ถ้าชอบคุมจังหวะ)
เสริม: เอาตัวรอดขั้นต่ำ
- Evade Range Up (แทบจะบังคับ)
- Offensive Heal (ถ้ามี จะช่วยมาก)
วิธีเล่นคู่กับบิลด์นี้
- คุณต้อง “หลบเป็น” เพราะความถึกจะน้อย
- รู้จังหวะศัตรูแล้วสวนหนักๆ
- อย่าลืมว่าศัตรูบางแบบยิงไกล ถ้าโดนทีเดียวอาจคว่ำได้
ข้อดี: สู้ไว สะใจ
ข้อเสีย: พลาดทีเดียว อาจกลับไปคุยกับหน้าจอโหลดแบบสนิทสนม
บิลด์สายถึก: “ยืนแลกได้ แต่ไม่ใช่ยืนโง่ๆ”
สายนี้เหมาะกับคนที่อยากเล่นนิ่งๆ ไม่ต้องหลบทุกจังหวะ แต่ก็ยังอยากทำดาเมจพอประมาณ
แกนหลัก: ถึกและฟื้น
- HP Up
- Defense Up
- Auto-Heal
- Resist ชนิดต่างๆ (ถ้ามีและรู้ว่าจะเจออะไร)
เสริม: ดาเมจพอให้จบ
- Attack Up หรือ Crit Up อย่างใดอย่างหนึ่ง
- Shock Wave ช่วยเคลียร์
วิธีเล่นคู่กับบิลด์นี้
- ยืนแลกได้ แต่ยังต้องหลบบางท่า
- ใช้พ็อดยิงเสริมเพื่อลดเวลายืนรับดาเมจ
- เหมาะกับการทำเควสต์และเดินสำรวจ เพราะความเสี่ยงน้อย
บิลด์สายพ็อด/ยิงคุมเกม: “ไม่ต้องชอบบวก ก็โหดได้”
ถ้าคุณชอบเล่นแบบปลอดภัย ยิงช่วย ลดความเสี่ยงจากการเข้าใกล้ บิลด์นี้ตอบโจทย์มาก
แกนหลัก: เพิ่มพลังยิงและคูลดาวน์
- Ranged Attack Up
- ชิปที่เกี่ยวกับ Pod Program (ตามที่คุณมี)
- ชิปช่วยฟื้น/เอาตัวรอด
เสริม: ปรับให้เข้ากับอาวุธประชิด
- Attack Up เล็กน้อย หรือ Crit Up
- Evade Range Up
วิธีเล่นคู่กับบิลด์นี้
- เปิดด้วยยิงพ็อดให้เลือดศัตรูลดก่อน แล้วค่อยเข้าไปปิดงาน
- เก็บระยะกับศัตรูที่ตีหนัก
- เหมาะกับคนที่อยาก “คุม” มากกว่า “บวกแหลก”
บิลด์สายฟาร์ม: “ของต้องครบ เงินต้องมี”
NieR: Automata มีของให้เก็บและอัปเกรดเยอะ ถ้าคุณอยากทำให้เส้นทางอัปเกรดง่ายขึ้น สายนี้ช่วยประหยัดเวลา
แกนหลัก: ได้ของไว
- Drop Rate Up
- Item Scan
- Auto-Collect
เสริม: ต่อสู้พอไหว
- Attack Up หรือ Crit Up
- HP Up หรือ Auto-Heal อย่างใดอย่างหนึ่ง
วิธีเล่นคู่กับบิลด์นี้
- ใช้เวลาช่วงสำรวจ/เดินเควสต์ให้คุ้ม
- ถ้าจะไปตีบอสจริงจัง ค่อยสลับกลับบิลด์ต่อสู้
- อย่าฝืนฟาร์มด้วยบิลด์นี้ในพื้นที่ที่ศัตรูแรงเกิน เพราะจะเสียเวลา “ตาย-วิ่งกลับ” มากกว่าฟาร์ม
ชิปที่ควรระวัง: ใส่ได้ แต่ต้องรู้ว่ากำลังแลกอะไร
ชิปบางตัวดูดี แต่กินช่องสูง หรือทำให้สไตล์เล่นผิดเพี้ยน ถ้าใส่โดยไม่คิด อาจกลายเป็น “สวยแต่พัง”
- ชิปออโต้บางประเภท: สะดวก แต่ทำให้เราไม่เรียนรู้จังหวะ
- ชิปที่กินช่องสูงมากในช่วงต้นเกม: ทำให้พื้นที่สำหรับชิปจำเป็นหายไป
- ชิปที่ซ้อนเอฟเฟกต์กันแบบไม่คุ้ม: เช่น ใส่ฟื้นเลือดหลายแบบเกินความจำเป็น จนดาเมจตก
หลักคิด: ใส่ชิปทุกครั้งให้ถามว่า
“ชิปนี้ช่วยให้ฉันเล่นดีขึ้นจริง หรือแค่ช่วยให้ฉันขี้เกียจขึ้น?”
จัดชิปอย่างไรให้ “ไม่เปลืองช่อง” แบบจับต้องได้
เลือกชิปขนาดต่ำเป็นอันดับแรก
ต่อให้ระดับไม่สูงมาก แต่ถ้าขนาดต่ำ คุณสามารถใส่ได้หลายอย่างพร้อมกัน
บาลานซ์ “ชิปหลัก” กับ “ชิปเสริม”
- ชิปหลัก: สิ่งที่ทำให้บิลด์คุณเป็นบิลด์นั้นจริงๆ (เช่น Attack Up สำหรับสายดาเมจ)
- ชิปเสริม: สิ่งที่ทำให้เล่นลื่นขึ้น (เช่น Evade Range Up)
อย่าให้ชิปเสริมกินช่องจนชิปหลักใส่ไม่ได้
สลับเซ็ตตามกิจกรรม
อย่าพยายามทำเซ็ตเดียวจบทุกอย่าง
แยกเซ็ต “ฟาร์ม/สำรวจ” กับ “บอส/สู้หนัก” แล้วสลับเอา คุณจะเล่นง่ายขึ้นเยอะ
กลางบทแบบคนจริง: ตัวอย่าง “เซ็ตชิป” ที่หยิบใช้ได้ทันที
ถ้าคุณอยากได้ภาพชัดๆ ลองดูเซ็ตเหล่านี้เป็นแนวทาง (ปรับตามชิปที่คุณมี)
เซ็ตสำรวจ (ชิลและเก็บของ)
- Item Scan
- Auto-Collect
- HP Up
- Evade Range Up
- Attack Up (เล็กน้อย)
เซ็ตเคลียร์ม็อบไว (เดินเรื่อง/ทำเควสต์)
- Attack Up
- Crit Up
- Shock Wave
- Evade Range Up
- Auto-Heal หรือ Offensive Heal
เซ็ตบอส (เน้นความนิ่งและจบไว)
- Attack Up
- Weapon Attack Up
- Crit Up
- Evade Range Up
- Defense Up หรือ Offensive Heal
ถ้าคุณอยากหาความบันเทิงแบบ “หยิบมือถือแล้วจบ” ระหว่างพักสายตาจากการจ้องเมนูชิป ลองดูที่ สมัคร UFABET ได้เหมือนกัน แล้วค่อยกลับมาไล่ฟิวส์ชิปต่อแบบมืออาชีพ
ปัญหายอดฮิตของมือใหม่: “ชิปเต็ม แต่ยังรู้สึกไม่เก่งขึ้น”
อาการนี้เจอบ่อยมาก และมักเกิดจาก 3 สาเหตุหลัก
ใส่ชิปคุณภาพชีวิตเยอะเกินไป
สะดวกจริง แต่พลังต่อสู้ไม่พอ ทำให้สู้ยืดเยื้อ → โดนตีมากขึ้น → ตายง่ายขึ้น
ใส่ชิปซ้ำบทบาท
เช่น ใส่ฟื้นเลือดหลายแบบ ทั้งที่คุณไม่ได้โดนบ่อยขนาดนั้น พื้นที่เสียเปล่า
ขนาดชิปไม่คุ้ม
คุณอาจมี Attack Up ระดับสูง แต่ขนาดกินช่องมหาศาล ทำให้ใส่ชิปสำคัญอื่นไม่ได้
ทางแก้คือค่อยๆ ฟิวส์หาอันที่ขนาดต่ำกว่า หรือใช้ระดับรองลงมาแต่คุ้มช่องกว่า
วิธีคิดแบบ “นักจัดชิปสายประหยัด”: คุ้มช่องก่อน ค่อยคุ้มแรง
ให้เรียงลำดับความสำคัญแบบนี้
- เล่นรอด (Evade/HP/Heal)
- เล่นจบไว (Attack/Crit/Weapon)
- เล่นสบาย (Scan/Collect/HUD)
แล้วปรับตามสไตล์ของคุณ ถ้าคุณเป็นสายชิล เนื้อเรื่องมาก่อน ก็ให้ “เล่นสบาย” ขยับขึ้นมาสูงได้
แต่ถ้าคุณเป็นสายชอบแอ็กชันเร็วๆ อย่าปล่อยให้ชิปสบายกินพื้นที่จนคุณตีเบา
เช็กลิสต์จัดชิปก่อนออกลุย (กันลืมแบบนุ่มๆ)
- มีชิปเอาตัวรอดอย่างน้อย 2 อย่าง (เช่น Evade + Heal หรือ HP + Defense)
- มีชิปดาเมจอย่างน้อย 2 อย่าง (เช่น Attack + Crit) ถ้าคุณไม่ได้เล่นสายถึกสุด
- ชิปคุณภาพชีวิตไม่เกินพอดี (เลือกที่จำเป็นจริงๆ)
- ดู “ขนาด” ก่อนดู “ระดับ” ถ้าพื้นที่เริ่มตึง
- ถ้าจะฟาร์ม สลับเป็นเซ็ตฟาร์ม อย่าไปฟาร์มด้วยเซ็ตบอส (เสียของ)
- ถ้าจะไปบอส สลับเซ็ตบอส อย่าไปบอสด้วยเซ็ตฟาร์ม (เสียชีวิต)
FAQ: คำถามยอดนิยมเกี่ยวกับระบบชิปในเกม NieR: Automata
ระบบชิปในเกม NieR: Automata จำเป็นต้องเข้าใจลึกไหมถึงจะเล่นสนุก?
ไม่จำเป็นต้องลึกตั้งแต่แรก แค่เข้าใจว่า “ชิปมีขนาด” และเลือกชิปให้ตรงสไตล์ คุณจะสนุกขึ้นทันที ส่วนความลึกเรื่องฟิวส์และเซ็ตเทพ ค่อยๆ มาเองตอนคุณเริ่มหลงรักเกม
ชิปไหนควรมีติดตัวตลอดสำหรับมือใหม่?
โดยทั่วไป Evade Range Up + ชิปฟื้นเลือดสักแบบ + HP Up หรือ Defense Up คือแกนที่ช่วยให้เล่นสบายขึ้นมาก แล้วค่อยเติม Attack Up/Crit Up ตามพื้นที่
ทำไมชิประดับต่ำบางอันถึงดีกว่าชิประดับสูง?
เพราะบางอันกินช่องน้อย คุณใส่หลายเอฟเฟกต์พร้อมกันได้ ทำให้ภาพรวมบิลด์แข็งแรงกว่าใส่ชิปแรงชิ้นเดียวแต่พื้นที่ตัน
ควรจัดชิปให้ “ตีแรง” หรือ “รอด” ก่อน?
ถ้าคุณยังตายบ่อย ให้รอดก่อน เพราะการรอดทำให้คุณมีเวลาเรียนรู้แพตเทิร์น พอคุณเริ่มไม่ตายง่าย ดาเมจค่อยเพิ่มก็ได้
ชิปฟาร์มควรใส่ตลอดไหม?
ไม่จำเป็น ใส่ตอนที่คุณตั้งใจฟาร์มหรือเดินสำรวจจะคุ้มกว่า ถ้าจะไปลุยหนักหรือบอส ควรสลับออกเพื่อเพิ่มชิปต่อสู้
ทำไมบางคนจัดชิปแล้วเล่นเหมือนคนละเกม?
เพราะชิปเปลี่ยน “จังหวะ” การเล่นได้จริง เช่น ใส่ Offensive Heal จะทำให้คุณเล่นบุกมากขึ้น ใส่ Evade Range Up จะทำให้คุณมั่นใจในการหลบมากขึ้น บิลด์ที่ดีทำให้คุณเล่นในสไตล์ที่ถนัด ไม่ใช่ฝืนตัวเอง
มีสูตรตายตัวไหมว่าต้องใส่ชิปอะไรดีที่สุด?
ไม่มีสูตรเดียวที่ดีที่สุด เพราะขึ้นกับความถนัดของคุณ แต่หลักคงที่คือ “คุ้มช่อง” และ “ตรงบทบาท” ถ้าสองอย่างนี้ถูก บิลด์คุณจะดีขึ้นเสมอ
ถ้ารู้สึกว่าจัดชิปแล้วไม่ต่างจากเดิม ควรทำอะไรเป็นอย่างแรก?
ให้ลองถอดชิปคุณภาพชีวิตที่ไม่จำเป็นออก 1–2 อัน แล้วเพิ่ม Attack/Crit หรือ Evade/Heal เข้าไปแทน คุณจะเห็นผลชัดกว่าไปอัปเลเวลแบบงงๆ
สุดท้ายแล้ว ระบบชิปในเกม NieR: Automata คือเครื่องมือที่ทำให้เรา “ออกแบบตัวเอง” ได้ ไม่ใช่แค่ในเชิงดาเมจหรือความถึก แต่รวมถึงจังหวะการเล่นและความมั่นใจในทุกไฟต์ด้วย ถ้าคุณจับหลักเรื่อง “ขนาดชิป” ให้ได้ รู้จักเลือกแกนหลักของบิลด์ และสลับเซ็ตตามกิจกรรม คุณจะค้นพบว่าเกมนี้สนุกขึ้นแบบก้าวกระโดด—ศัตรูยังโหดเหมือนเดิมนั่นแหละ แต่หัวใจเราจะนิ่งขึ้น และมือเราจะพริ้วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
และถ้าคุณอยากเติมสีสันให้การพักระหว่างฟิวส์ชิปหรือจัดเซ็ตใหม่ ลองแวะดู ยูฟ่าเบท ได้เช่นกัน ก่อนกลับมาลุยต่อในโลกที่พังแต่มีเสน่ห์ของ YoRHa แบบพร้อมทั้งดาบ พร้อมทั้งชิป—และพร้อมทั้งใจที่ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ